พิธีรดน้ำสังข์ พิธีเจิม งานแต่งงาน

พิธีรดน้ำสังข์ พิธีเจิม

     พิธีรดน้ำหรือ หลั่งน้ำสังข์ นี้ จะกระทำหลังจากคู่บ่าวสาวร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระสวดพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรมเมื่อพระฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว

      เมื่อถึงฤกษ์รดน้ำสังข์ พระสงฆ์ผู้เป็นประธาน จะทำการเจิมให้แก่ คู่บ่าวสาว ฝ่ายชายนั้นพระสามารถเจิม ที่หน้าผาก เป็นจุดแต้ม ๓ จุดได้โดยตรง แต่สำหรับฝ่ายหญิง พระท่านอาจจับมือฝ่ายชายจุ่มแป้งเจิม แล้วจับไปเจิม หน้าผากให้เจ้าสาวของตน เพราะท่านไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงได้

      หลังจากทำพิธีเจิมเสร็จ จึงทำมงคลแฝดสวมให้คู่บ่าวสาวคนละข้าง มีสายโยงห่างกันราม ๒ ศอกเศษ เพื่อความสะดวก ส่วนปลายของมงคล จะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์ และทางสายสิญจน์พระสงฆ์จะส่งกันไป โดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงองค์สุดท้ายก็วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ไว้ในพาน หากเป็นการรดน้ำตอนเย็น เหมือน ที่นิยมจัดกัน ในสมัยนี้ จะมีเพียงมงคลแฝดไม่มีสายโยง แต่ธรรมเนียมสมัยก่อน ต้องมีสายโยงไปที่บาตรน้ำมนต์ และพระสงฆ์ด้วย เพื่อให้ท่านสวดเจริญพระพุทธมนต์ ในขณะที่ทำพิธีรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์

      คู่บ่าวสาวต้องไปนั่งในที่จัดไว้ มีหมอนสำหรับรองมือและพานรับน้ำสังข์ ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ก็ไปยืนให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง ญาติผู้ใหญ่ก็ทยอยกันมารดน้ำอวยพรตามลำดับ

     เกี่ยวกับเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวนี้มีความเชื่อกันว่า ควรเลือกคนที่อายุน้อย หรือใกล้เคียงกับคู่บ่าวสาว และอยู่ ในช่วงที่ใกล้หรือมีโครงการจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้ หากเอาคนที่ยังโสด อาจต้องกลายเป็นเพียงเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ไปตลอด ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวจริงกับเขาเสียที ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ผู้ใหญ่ต้องการให้ผู้ที่ ใกล้จะเข้าพิธีแต่งงาน มารับรู้ได้ดูขั้นตอนของพิธีเอาไว้ เมื่อถึงคราวตัวเองจะได้ปฏิบัติได้ถูกต้องไม่เคอะเขิน เพราะจะต้องอยู่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวไปจนกว่าจะเสร็จพิธี

ร้านตัด ชุดไทยเจ้าสาว กรุงเทพ

 

พิธีมงคลสมรส ( งานแต่งงาน ) และบทความเกี่ยวเนื่อง

แหล่งอ้างอิง: จากหนังสือ : ประเพณี พิธีมงคล วันสำคํญของไทย ของ คุณกิติ ธนิกุล