งานแต่งงาน | พิธีมงคลสมรส

พิธีมงคลสมรส ( งานแต่งงาน ) ประกอบด้วยพิธีกรรม และขั้นตอนต่างๆ ตามธรรมเนียมไทยแท้ๆ ดังต่อไปนี้

     ข้อมูลเรื่องงานแต่งงานนี้ คัดลอกมาจากหนังสือ : ประเพณี พิธีมงคล วันสำคํญของไทย ของ คุณกิติ ธนิกุล เรียบเรียง ผู้ใช้นามปากกาว่า ธนากิจ สำนักพิมพ์ ปิรมิด ( ISBN 974-8263-06-1 )

     เว็บไซด์แห่งนี้มีความสำนึกในความเป็นไทยของพวกเราทุกคน และขอส่งเสริมการเผยแพร่ ความรู้ในเรื่อง การจัดงานแต่งงาน แบบไทยๆที่มี วัฒนธรรมที่สวยงาม และแฝงด้วยคติการอยู่ด้วยกันอย่าง ช่วยเหลือกัน สามัคคีกัน แม้เพียงแนวคิดจุดเริ่มต้น ของการมีครอบครัว ยังพิถีพิถันมากเลย  ทางเราขอขอบคุณ คุณกิตติ ธนิกุล ที่ค้นคว้าตลอดจน ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็น ข้อมูลเชิงลึก และจะเป็นอีกแรงที่สนับสนุน การเผยแพร่ข้อมูล ทางวัฒนธรรมนี้

     หากท่านผู้ชม กำลังมองหาชุดไทยแท้ๆ ชุดแต่งงานอินเทรน สำหรับงานแต่งงานของท่าน โปรดให้โอกาศ ทางไทยท๊อปได้ รับใช้ท่าน

การแต่งงาน

ร่ำคะนึงถึงนุชสุดวิตก                  ถึงเดือนหกแล้วหนาเจ้าข้าเอ๋ย
เขาแต่งงานปลูกหอขอกันเชย      เราจะเฉยอยู่ก็เห็นไม่เป็นการ
เขาแรกนาแล้วมานักขัตฤกษ์        เอิกเกริกโกนจุกทุกสถาน
ที่กำดัดจัดแจงกันแต่งงาน           มงคลการตามเล่ห์ประเพณี
             ( จาก : นิราศเดือน )

 

    การแต่งงาน ถือเป็นการเริ่มต้นแห่งชีวิตครอบครัว หรือชีวิตคู่ ตามประเพณีไทย เมื่อได้บวชเรียน ซึ่งเรียกว่า เป็นคน “สุข” หรือ ผ่านการศึกษาอบรมมาดีแล้ว ผู้ใหญ่ก็จะเสาะแสวงหาคู่ครอง มาให้ร่วมชีวิต เพื่อช่วยสร้างฐานะ และครอบครัวให้อบอุ่น สืบวงศ์ตระกูลต่อไปในภายภาคหน้า

    หรือเมื่อชายหนุ่มได้พบกับหญิงสาวที่มักลักษณะต้อง ตามอุปนิสัยใจคอของตน ก็จะบอกให้ทางผู้ใหญ่ทราบ และเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง เห็นว่าหนุ่มสาวทั้งสองมีความรักใคร่ชอบพอกัน ด้วยความจริงใจแล้ว จึงจัดให้มีการทำพิธีสู่ขอ เพื่อแต่งงานอยู่กินกันเป็นสามีภรรยากัน เป็นหลักเป็นฐานถูกต้อง ตามประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติสืบทอดมา

การแต่งงาน อาจแบ่งได้เป็นสองอย่าง คือ วิวาหมงคล และ อาวาหมงคล
วิวาหมงคล คือ การแต่งงานที่ฝ่ายหญิงมาอยู่บ้านฝ่ายชาย
อาวาหมงคล คือ การแต่งงานที่ฝ่ายชายมาอยู่บ้านฝ่ายหญิง

      คำว่า วิวาห และ อาวาหมงคล นี้ ไม่ใช่คำไทยแท้ แต่เป็นคำมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ชาวอินเดีย เรียกการแต่งงานว่า วิวาห และเรียกพิธีส่งตัวเจ้าสาว หรือการต้อนรับเจ้าสาวที่ไปสู่บ้านเจ้าบ่าวภายหลัง การทำพิธีวิวาห์ว่า อาวาห ซึ่งดู จะขัดแย้งกับความหมายข้างบน ที่กล่าวมา ทั้งนี้เป็นเพราะ ตามประเพณีอินเดีย ในพวกอารยัน เขาจะจัดทำการ พิธีวิวาห เมื่อเจ้าสาวยังมีอายุน้อย เจ้าบ่าวต้องรอจนกว่าเจ้าสาว จะมีอายุ ตามสมควร จึงทำพิธีอาวาห หรือ ส่งตัวเจ้าสาวได้

     แต่ในสมัยต่อมา มีการทำพิธีแต่งงาน และส่งตัวเจ้าสาว ควบคู่กันไป ซึ่งเมื่อแต่งงานแล้ว ฝ่ายหญิงจะต้องไปอยู่ บ้านฝ่ายชาย ถ้าฝ่ายชายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ถือว่าผิดจารีตประเพณี สำหรับชาวอินเดีย ในบางประเทศก็มีความคิด เช่นเดียวกันนี้

    สำหรับประเพณีการแต่งงานที่ฝ่ายชาย ต้องไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงก็มี เช่น ในประเทศไทย ตามต่างจังหวัด ซึ่งมีทั้ง การที่ฝ่ายชายไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง และฝ่ายหญิงไปอยู่บ้านฝ่ายชาย หลังจากแต่งงานแล้ว ความจริง การที่ฝ่ายชาย ไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหายอะไร โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใน สภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว เช่น ในปัจจุบันนี้ และที่สำคัญ ส่วนใหญ่จะเป็นการอยู่ร่วมกับ พ่อแม่หรือญาติพี่น้อง เพียงชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น แล้วจะแยกไปตั้ง ครอบครัว เป็นของตนเองในภายหลัง ดังนั้นเมื่อมีการสู่ขอแต่งงานกันขึ้น จึงต้องมีการปลูกเรือนหอ หรือซื้อบ้าน สำหรับการตั้งครอบครัวของคู่บ่าวสาว ( อ่านต่อ เฒ่าแก่ )