สีที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ของบุคคลที่เกิดในวันต่างๆ

สีของไทย ความหมายของสีตามประเพณีไทย

ความหมายของสีประจำวัน สีตามประเพณีไทย

การเลือกสีเสื้อผ้า แต่งตัวตามวันเกิด ความเชื่อเรื่องสีประจำวัน

สีที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ของบุคคลที่เกิดในวันต่าง ๆ ประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์ และสีไว้ทุกข์

สีที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ของบุคคลที่เกิดในวันต่าง ๆ

     ตามคตินิยมของคนไทย สีที่เป็นมงคลจะเป็นสีที่สดสวย มองดูแล้วสบายตาสบายใจ ฉะนั้น ในงานมงคล จึงห้ามแต่ง สีที่ดูแล้วเศร้าหรือหดหู่ใจ เช่น ห้ามแต่งสีม่วงและสีดำ ไปในงานแต่งงาน หรือแม้แต่ ไปเยี่ยมคนเจ็บไข้ ได้ป่วยที่มีอาการหนัก

     นอกจากนี้ สีบางสีที่ใช้ประจำวัน ก็มีทั้งสีที่ถูกโฉลก คือ เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล เพราะสีของบางวัน เป็นสีกาลกิณี กับผู้ที่เกิดในวันนั้น ๆ จะขอเปรียบเทียบให้เห็นสี ที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคลดังต่อไปนี้

   วันอาทิตย์ – ตามปกติใช้สีแดง ถ้าจะใช้สีอื่น ก็ควรเป็นสีเขียวซึ่งเป็นศรี และสีชมพูเป็นเดช    ส่วนสีฟ้า และสีน้ำเงินห้ามขาดเพราะเป็นสีกาลกรรณี
   วันจันทร์ – ตามปกติใช้สีเหลือง สีเขียวเป็นเดช สีดำเป็นศรี ห้ามใช้สีส้ม
   วันอังคาร – ตามปกติใช้สีชมพู สีดำเป็นเดช สีเหลืองเป็นศรี ห้ามใช้สีขาว สีเงิน
   วันพุธ – ตามปกติใช้สีเขียว สีเหลืองเป็นเดช สีม่วงเป็นศรี ห้ามใช้สีชมพูและสีม่วงแดง
   วันพฤหัสบดี – ตามปกติใช้สีแสด สีน้ำเงินเป็นเดช สีส้มเป็นศรี ห้ามใช้สีดำ สีม่วงคล้ำ หรือสีน้ำเงินเข้ม
   วันศุกร์ – ตามปกติใช้สีฟ้าหรือสีคราม สีขาวเป็นเดช สีชมพูเป็นศรี ห้ามใช้สีม่วงเม็ดมะปราง
   วันเสาร์ – ตามปกติใช้สีดำ สีม่วงเป็นเดช สีน้ำเงินเป็นศรี ห้ามใช้สีเขียวทุกชนิด

       ถ้าถือตามหลักนี้ การใช้สีประจำวัน หรือสีประจำวันเกิดก็มีให้เลือกถึง ๓ สี เพราะสีที่เป็นเดช หรือเป็นศรี ก็ส่งเสริมสง่าราศี ให้แก่ผู้ใช้ทั้งสิ้น ส่วนสีที่ไม่ดีหรือเป็นกาลกิณีก็ไม่ควรใช้

 

ประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์ และสีไว้ทุกข์

     ประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์ ของคนไทยในสมัยโบราณ ใช้เสื้อผ้าที่มีสีต่างกัน ตามลำดับของอายุ ของเครือญาติ และความเคารพนับถือรักใคร่ สีที่ใช้มีอยู่หลายสี คือ สีดำ สีขาว และสีม่วงแก่ หรือน้ำเงินแก่ ตามปกติแล้ว ถือเป็นธรรมเนียมว่า ผู้ที่จะแต่งกายสีดำ จะต้องเป็นผู้ที่อายุ แก่กว่าผู้ตาย ส่วนสีม่วงแก่ หรือสีน้ำเงินแก่นั้น เป็นสีที่ ใช้ได้ทั่ว ๆ ไป สำหรับผู้ที่มิได้เป็นญาติกับผู้ตาย

    ในบางกรณี การแต่งสีขาวก็มีข้อยกเว้น เช่นเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ พ.ศ.๒๓๕๑ พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ กรมขุนศรีสุนทรเทพ ในครั้งในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงภูษา ลายพื้นขาวทุกวัน ดำรัสว่า “ ลูกคนนี้รักมาก ต้องนุ่งขาวให้ ” ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ เมื่องานพระเมรุพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พ.ศ.๒๓๘๘ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระภูษาขาวอีก เหมือนกัน เพราะพระราชธิดา พระองค์นี้เป็นที่ทรงพระเสน่หา ของพระราชบิดา ฉะนั้น สีขาวที่ใช้ในการไว้ทุกข์ จึงเป็นสีที่ แสดงความรัก ความอาลัยได้อีกอย่างหนึ่ง

     นอกจากนี้ ตามประเพณีไทยโบราณ ผู้ที่จะไปเฝ้าพระบรมศพที่พระมหาปราสาท ทุกคนจะต้องนุ่งขาว ไม่มีใคร แต่งดำ

     ในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีเรื่องกล่าวว่า เมื่อครั้งพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑล (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๐๖) โปรดฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทนุ่งผ้าดำเป็นการไว้ทุกข์ ภายหลัง มีผู้เห็นชอบ ได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบมา และถือต่อกันมาอีกว่า ถ้าเป็นแต่ทุกข์โศกเล็กน้อย หรือผู้น้อยล่วงลับไป ผู้ที่มีอายุแก่กว่า ก็ไว้ทุกข์เป็นการสังเขป ใช้ผ้าดำกว้างประมาณ ๖-๗ นิ้ว พันแขนซ้าย ในปัจจุบัน ได้ถือว่า การแต่งกายสีดำ เป็นสีไว้ทุกข์โดยทั่ว ๆ ไป

( จาก : อ้างอิง ๓ )