สีของไทย ความหมายของสีตามประเพณีไทย

สีของไทย ความหมายของสีตามประเพณีไทย

ความหมายของสีประจำวัน สีตามประเพณีไทย

การเลือกสีเสื้อผ้า แต่งตัวตามวันเกิด ความเชื่อเรื่องสีประจำวัน

สีที่เป็นมงคลและไม่เป็นมงคล ของบุคคลที่เกิดในวันต่าง ๆ ประเพณีการแต่งกายไว้ทุกข์ และสีไว้ทุกข์

สีของไทย

     การเรียกชื่อ สีของไทย ในสมัยโบราณ นิยมเรียกเปรียบเทียบกับ สีตามธรรมชาติ เช่น

  • เรียก สีตองอ่อน หรือ สีเขียวอมเหลือง ว่า สีตองอ่อน คือ เอาไปเปรียบเทียบกับ สีของใบตอง หรือใบกล้วย ใบอ่อน ๆ
  • เรียกสีที่ ออกชมพู ว่า สีทับทิม โดยเอาไปเปรียบเทียบกับ สีของเมล็ดใน ผลทับทิม
  • สีเลือดนก เอาไปเปรียบกับ สีเลือดของนก สีเลือดหมู เอาไปเปรียบกับ สีเลือดของหมู
  • สีฟ้า เอาไปเปรียบกับ สีของท้องฟ้า ที่สดใส ปราศจากเมฆ เป็นต้น

 

   ฉะนั้นสีของไทย จึงมีชื่อเรียก ตรงกับ สีตามธรรมชาติ ได้ทุกสี นอกจากนี้ สีที่นำมาใช้ย้อมผ้า ก็เป็นสีที่ได้จาก เปลือกไม้ รากไม้ แก่นไม้ เช่น สีเหลืองได้จาก หัวขมิ้น และดอกคำ เอามาตำย้อมเป็น สีจำปาอ่อน จำปาแก่ และ สีหมากสุก ( ผสมด่าง และมะนาวเล็กน้อย ) ก้านกรรณิกา ย้อมเป็น สีเหลืองอ่อน หรือสีนวลเหลือง ผิวมะกรูด ย้อมเป็น สีเขียวอ่อน หรือเขียวนวล หรือสีกรัก ก็ใช้แก่นขนุน และยังมีพืชอื่น ๆ อีกมาก

     การใช้สี ตามประเพณีไทยโบราณ โดยเฉพาะบางสี ไม่ได้ใช้ทั่วไป เช่น สีแดง ถือเป็นสี สำหรับเจ้า ตำหนักที่ประทับ หรือท้องพระโรง นิยมทาสีแดง นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่ประชาชนใช้ ก็ห้ามนุ่งห่ม สีแดงอีกด้วย เพราะถือกันว่า ไม่รู้จัก ที่ต่ำที่สูง มีกล่าวไว้ ในกฎหมายโบราณ บทหนึ่งว่า " อนึ่ง ผู้ใดทัดดอกไม้ และนุ่งผ้าแดง ผ้าชมพูไพระกำ ... แลเข้าไปใน สนวนประตู ทับเรือก็ดี ฝ่ายผ้าเสื้อไซ้ ให้ฉีกทิ้งเสีย " แสดงว่า ถ้าใครนุ่งผ้าแดง ผ้าสีชมพู หรือผ้าที่สี ออกไปทางแดงแล้ว ห้ามเข้าไปใน เขตพระราชวัง ทีเดียว อนึ่ง ในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านาย และ ข้าราชการฝ่ายใน มาประชุมสวดมนต์ และฟังพระธรรมเทศนา ทุกวันพระอุโบสถ ในวันดังกล่าวนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระภูษาสีแสดแดง ย้อมด้วยฝาง ฉะนั้น เจ้านายทุกพระองค์ ที่เสด็จในวันนี้ จึงต้องทรงภูษาย้อมฝาง หรือทรงภูษา สีแดง ที่คล้ายกัน ตามเสด็จด้วย จนถือเป็นแบบอย่างว่า เจ้านายที่จะเสด็จไปวัด ในวันพระ จะต้องทรงภูษาสีแดง

ความหมายของสีธงชาติ

     สีธงชาติไทยมี ๓ สี คือ สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นธงชาติเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ และ พระราชทานนามว่า ' ธงไตรรงค์ ' แปลว่า ธงสามสี มีความหมาย ดังนี้

     สีแดง หมายถึง ชาติและความสามัคคีของคนในชาติ
     สีขาว หมายถึง ศาสนาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะน้อมนำจิตใจของคนในชาติ ให้เป็นคนมีศีลธรรม
     สีน้ำเงิน หมายถึงพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของประเทศ

สีธงมหาราช

    ธงประจำพระองค์พระมหากษัตริย์ ได้เริ่มมีเป็นครั้งแรก ในสมัยรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้เปลี่ยนแปลงลักษณะ มาตามลำดับ และได้กำหนดให้ เรียกชื่อว่า ' ธงมหาราช ' เมื่อพ.ศ.๒๔๔๐ ต่อมาในพ.ศ.๒๔๕๓ จึงได้เปลี่ยนลักษณะ และสีของธงมหาราชใหม่ โดยกำหนดให้ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีเหลือง ตรงกลางมีรูปครุฑ สีแดง ธงมหาราช เป็นธงประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อเชิญไปใน กระบวนใด ก็เป็นที่หมายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับอยู่ ณ ที่นั้น

     พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกำหนดให้ใช้ สีเหลือง เป็นสีธงมหาราช จะมีพระราชดำริ อย่างไร ไม่ทราบ แต่มีที่น่าสังเกตอยู่ว่า เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์ อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่ง มหาจักรีบรมราชวงศ์ ( The Most Illustrious Order of the Royal House of Chakri ) นั้น มีสายสะพายสีเหลือง อันเป็นสีของ พระบรมราชวงศ์

( จาก : อ้างอิง ๓ ) เรื่องต่อไปที่เกี่ยวข้อง : สีประจำวัน

ชุดไทยชุดแต่งงาน สีต่างๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน

      ปัจจุบันสังคนไทย มีการใช้สีๆ ในการดำรงชีพ ที่เห็นกันโด่ดเด่นมากๆ ได้แก่ เรื่องสี และการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้า ไม่ว่า ในช่วงโอกาศใช้สอยใด แม้การเลือกสีชุดไทยแต่งงาน และชุดเจ้าสาว สีของชุด ในปัจจุบัน อาจต้อง เข้ากันได้ กับหลายสิ่ง เช่น ธีมของงานแต่งงานนั้น และ ความชื่นชอบของสี เฉพาะตน อีกด้วย

ชุดไทยชุดแต่งงาน สีต่างๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน