การแต่งกายของไทยในสมัยกรุงธนบุรี

        สมัยกรุงธนบุรี ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง พระเจ้ากรุงธนได้มี ความสัมพันธ์กับ ต่างประเทศมากขึ้น เพื่อฟื้นฟู เศรษฐกิจ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น จึงเปิดการค้าขายติดต่อกับประเทศจีน ส่วนชาวยุโรป ชาติต่างๆ ที่เคยเข้ามา ติดต่อค้าขาย ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นั้นได้พากันอพยพ ออกไปค้าขายอยู่ในประเทศอื่นๆ เสียหมดเพราะ บ้านเมืองตกอยู่ ในสภาพยุคเข็ญเป็นจลาจลเสียช้านาน และประกอบกับ ทางยุโรป กำลังยุ่งยาก กับการทำศึกสงคราม ในสมัยพระเจ้านโปเลียนที่ 1 จึงทำให้การติดต่อ ไมตรีกับชาวยุโรปชาติต่างๆ ต้องยุติลง ชั่วระยะหนึ่ง

กรุงธนบุรี

กรุงธนบุรี

        สำหรับประเทศจีนนั้น ติดต่อค้าขายด้วยกันจนตลอดราชการ และพระองค์ ทรงสนับสนุน กับประเทศนี้มาก จึงมีการนำเอาวัฒนธรรมการแต่งกายบ้าง เครื่องแพรพรรณ เช่น ผ้าแพรจีน นิยมนำมานุ่งมากขึ้น หญิง ( เนื่องจาก การขาดแคลนผ้าสมัยนั้น เพราะเป็นการ สร้างกรุงใหม่ หลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก) จึงได้กลับมานุ่งผ้าถุง อีกโดย ขมวดชายพกไว้ตามสบาย ห่มสไบรัดหน้าอกอย่างธรรมดา นิยมใช้ผ้าแพร อาจจะได้มาจาก ประเทศจีน ชายเริ่มมี การนุ่งกางเกง เพราะสมัยนี้ได้มีชาวจีน มารับราชการทหารด้วย เป็นอันมากและ เพื่อให้สะดวก ในการออกรบ ส่วนเสื้อนั้น น่าจะเป็นแบบคอกลม แขนขึ้นท่อน ผ่าอกแล้วมีกระดุม ผ้าขดไว้ มีกระเป๋าใหญ่ข้างละใบ สำหรับใส่ของ พบจาก ข้อความ ที่ว่า ”ทัดพวงมาลา” ของหนังสือกฤษณาสอนน้อง แสดงว่าสมัยนี้ นิยมไว้ผม ทรงแบบใหม่ เรียก ”ผมทัด” คือ ผมที่เป็นพู่ ตรงชายผมตกที่ริมหูทั้งสองข้าง สำหรับ ห้อยดอกไม้ จากข้อความที่ว่า ”เสยผม” แสดงว่า ผมทรงนี้ มีการไว้ผม ข้างหน้าสั้น แต่ก็ยาวพอจะใช้มือเสย ไปข้างหลังได้ ยาวกว่าปีกแน่ๆ และไม่มีการแสกผม

( หน้าต่อไป )

 

บทความต่อเนื่อง เรื่อง การแต่งกายของไทย

อ้างอิง : หนังสือพัสตราภรณ์ไทย ถวายไท้ ราชินี