การแต่งกายสมัยรัฐนิยมและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. ( 2480-2500 ) หน้าที่ 2

      ผ้าถุงสำเร็จ เริ่มแพร่หลายเข้ามาในเมื่องไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 และมีความนิยม นุ่งกระโปรงกัน ประปราย บ้างแล้ว แต่ก็เป็นความนิยมกันในหมู่สตรีไทย ส่วนใหญ่นิยม นุ่งโจงกระเบน เมื่อรัฐบาลออกประกาศ ให้เลิก นุ่งโจงกระเบน มาใช้ผ้าถุง หรือกระโปรง กันแพร่หลาย และสวมหมวกกันทั่วหน้า สตรีสูงอายุและสตรี ที่ไม่คุ้นเคย กับการนุ่งซิ่น และนุ่งผ้าถุงบางคน แก้ปัญหาด้วยการนุ่งโจงกระเบนไว้ข้างใน แล้วนุ่งซิ่นหรือผ้าถุง ทับเป็นชั้นนอก เวลาอยู่บ้านก็นุ่งแต่โจงกระเบน สตรีที่ทันสมัยก็นิยมนุ่งผ้าถุง ในลักษณะ ถุงสำเร็จ และและนุ่งกระโปรงแบบต่างๆ กาญจนานาคพันธ์ เล่าว่ากระโปรงมีตะเข็บ นิยมนุ่งกันในหมู่ข้าราชการกรมศิลปกรก่อน เป็นกระโปรง สี่ตะเข็บหกตะเข็บ

    ด้วยเห็นความสำคัญของการแต่งกาย รัฐบาลได้จัดตั้ง สถาบันและคณะกรรมการ การวางระเบียบ เครื่องแต่งกายสตรี ทั้งที่เป็นข้าราชการ และที่ตำแหน่งเฝ้า มี หลวงวิจิตรวาทการ เป็นประธาน ตั้งแต่เดือน สิงหาคม พ.ศ.2484 และต่อมา ได้มีการ จัดตั้งสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ มีสาขาคือ สำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง มีหน้าที่คือ พิจารณา เครื่องแต่งกาย ในโอกาสต่างๆ และกำหนดเครื่องแต่งกายผู้ประกอบอาชีพ บางจำพวก เช่น คนขายอาหาร นักงานเดินโต๊ะอาหาร ( พนักงานเสิร์ฟ ) ช่างตัดผม หญิงตัดผเป็นต้น ทั้งนี้เป็นการ วางระเบียบปฏิบัติ ตลอดจนการให้ความหมาย เครื่องแต่งกายไว้อย่างละเอียด คือ ระเบียบการแต่งกาย ตามกาละเทศะ หมายถึง การแต่งกาย เวลาเช้า เวลาบ่าย เวลากลางคืน สำหรับงานพระราชพิธีและพิธีอื่นๆ ในลักษณะเต็มยศ ครึ่งยศ และ เครื่องแบบปกติ และเครื่องแบบราตรีสโมสร ตลอดจน การแต่งกายธรรมดา ชุดเจ้าสาว และเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์

การสวมหมวกของสตรี

การสวมหมวกของสตรี

   การสวมหมวก ของสตรีนั้น เป็นเรื่องที่รัฐให้ความสำคัญมาก เน้นว่าเป็นการนำชาติ ไปสู่อารยะ ถึงกับมีคำขวัญว่า ” มาลานำชาติไทย ” เนื่องจากสตรีไม่คุ้นกับการสวมหมวก รัฐจึงมีการประชุมปรึกษาวางระเบียบ เกี่ยวกับ การสวมหมวก และถือเป็น นโยบาย สำคัญ ที่จะต้องดำเนินโดยรีบด่วน และร่วมมือกันมีการกำหนด ประเภทของหมวก ที่ใช้ตามโอกาส ต่างๆ และแบ่งหมวก เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือประเภททั่วไป และ ประเภทพิเศษ

หมวกประเภททั่วไป

     หมวกประเภททั่วไป หมายถึง หมวกที่ใช้ในการทำงานในชีวิตประจำวัน เพื่อความสุภาพเรียบร้อย สมกับประเพณีนิยม และเพื่อในการกันฝนกันแดด กันน้ำค้าง หมวกประเภทนี้ควรมีลักษณะเรียบๆ ปีกเล็กหรือไม่มีปีก และสีไม่ฉูดฉาด ไม่มีเครื่องประดับมากนัก และควรใช้วัตถุดิบที่หาง่ายในประเทศ เช่น ใบเตย กก ใบลำเจียก ฟาง ใบตาล ใบลาน ไม้ไผ่ ผ้า อาจประดับดอกไม้บ้างเพิ่อความสวยงาม

หมวกประเภทพิเศษ

หมวกประเภทพิเศษ หมายถึง หมวกที่ใช้เป็นอาภรณ์ประดับเพื่อความงาม มีการประดับประดา ด้วยอาภรณ์ต่างๆ เช่น ดอกไม้หรือเครื่องประดับแรงงาน ใช้ในโอกาสพิเศษเช่น ไปเดินเล่น ไปงานเลี้ยงน้ำชา เป็นต้น

ทรงผมของสตรีไทยในสมัยจอมพล ป. หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

  สตรีไทย พึ่งจะเริ่มนิยมผมดัดหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยดัดด้วยไฟฟ้า เป็นลอน มากบ้างน้อยบ้าง และนิยมไว้ผมยาวมากขึ้น มีการดัดยาวและดัดผมสลวย แบบหญิงชาติตะวันตก สำหรับสตรีสูงอายุ มักนิยมเกล้ามวย แต่ส่วนใหญ่แล้ว เป็นมวยแบบเรียบๆ

 

บทความต่อเนื่อง เรื่อง การแต่งกายของไทย

อ้างอิง : หนังสือพัสตราภรณ์ไทย ถวายไท้ ราชินี