ขบวนการผลิตผ้าไทย ริมผ้า ( selvage )

ริมผ้า( selvage )

     ริมผ้า ( selvage ) ผ้าทอทุกประเภท จะต้องมีริมผ้า เว้นแต่ผ้าที่ทอ ด้วเครื่อง ที่ไม่มีกระสวย และริมผ้านี้ จะอยู่ที่ ด้านนอกสุด ของผืนผ้า ตามเส้นยืน โดยทั่วไป จะใช้เส้นด้าย ให้ต่างไปจากด้ายยืน ในเนื้อผ้า เข่นเหนียวกว่า ใหญ่กว่า ด้ายย้อมต่างสี ด้ายยืนเส้นคู่ หรือสืบเส้นด้ายยืนให้ชิดกัน มากกว่าในเนื้อผ้า ความกว้างของริมผ้านี้ แตกต่างกันตั้งแต่ 18-30 เส้นหรือ 0.6 เซ็นติเมตร เมื่อพิจารณา ผ้าที่ผลิตออกจำหน่าย มีริมหลายชนิด ยิ่งถ้าเป้นผ้าที่ใช้ทั้งผืน ริมผ้าจะต้อง ทนทานเป็นพิเศษ

ริมผ้าธรรมดา

      ริมผ้าธรรมดา คือ ริมผ้าที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับเนื้อผ้า บางทีจะทอให้แน่นกว่า เช่น ริมผ้าขาว ที่เราเรียกกันว่า ริมธรรมดา คือ ผ้าหกคืบ ผ้าห้าคืบ ผ้าเปลือกกระเทียม เป็นต้น

ริมเทป

    ริมเทป ( tape ) คือ ริมที่เส้นด้ายสอดสลับกัน เหมือนลายสอง หรือลายก้างปลา ทำให้ยืดหดได้ ริมทนทานกว่าชนิดอื่น เหมาะสำหรับ ทำริมผ้าปูที่นอน

ริมตัด

   ริมตัด ( split ) ผ้าประเภทนี้มักจะทอเป็นวงกลมหรือผืนใหญ่ แล้วตัดออกเป็นผืนกว้าง เช่น ผ้าเจอร์ซี่ ผ้ามุ้งเม็ดพริกไทย

ริมอัด

    ริมอัด ( fussed ) เป็นริมตัดที่ใช้ความร้อนอัดให้เส้นด้าย ติดกัน ใช้ได้กับ ผ้าใยสังเคราะห์ เท่านั้น ถ้าทำกับผ้าเจอร์ซี่และริบบิ้น ริมจะไม่ม้วน

ผ้าแยก

   ผ้าแยก ( raveling ) คือผ้าที่มีเส้นด้ายพุ่งหรือด้ายยืนรวนมารวมกันอยู่ทาง ด้านด้านหนึ่ง ทำให้เกิดที่ว่างบนผืน โดยมีเส้นด้ายเฉพาะหมู่เดียว ผ้าตอนนี้จะขาดง่ายเมื่อใช้ไปนานๆ

จำนวนเส้นด้าย

   จำนวนเส้นด้าย คือ จำนวนด้ายยืนและด้ายพุ่งใน ผ้าดิบ (loom-stage) ในเนื้อที่ 1 ตารางเซ็นติเมตร จำนวนเส้นด้ายในผ้าจะบ่งบอกคุณสมบัติของผ้าได้หลายประการ เช่น ผ้าแยก ผ้าหด และความทนทานของผ้า

ความสมดุลย์ของผ้า

    ความสมดุลย์ของผ้า คือ เรโช ส่วนเท่าของเส้นด้ายยืนแล้วด้านพุ่งที่นับได้ ที่จะให้มี จำนวนเส้นด้าย เท่ากันจริงๆ ทั้งสองด้านนั้นหาได้ยาก จึงอนุโลมให้ผ้าที่มีเรโชใกล้ 1:1 เข้าไปมากที่สุดเป็นผ้าสมดุลย์ ผ้าพันแผลจะมีเส้นด้าย 28x24 มีความแตกต่างกันนับ4 ว่าสมดุลย์ดี ผ้าปิระมิดมีเส้นด้าย 60x50 มีความต่างกัน 10  นับว่าสมดุลย์พอดี ถ้าแตกต่างกัน มากกว่านี้ คุณภาพจะลดลงตามลำดับ

( อ่านต่อ : ขบวนการผลิตผ้าไทย การเตรียมการทอ )