พิธีลอยกระทง ( Loi Krathong )

วันลอยกระทง

เดือนสิบสองล่องลอยกระทงหลวง        ชนทั้งปวงลอยตามอร่ามแสง
ดอกไม้ไฟโชติช่วงเป็นดวงแดง            ทั้งพลุแรงตึงตังดังสะท้าน
เสียงนกบินพราดพรวดกรวดอ้ายตื้อ       เสียงหวอหวือเฮฮาอยู่น่าฉาน
ล้วนผู้คนล้นหลามตามสะพาน             อลหม่านนาวาในสาคร

( นิราศเดือน )

        เทศกาลลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ หรือราว เดือนพฤศจิกายน เป็น ประเพณี เก่าแก่ ของไทย ซึ่งมีมาตั้งแต่ก่อน สมัย กรุงสุโขทัย

ประวัติความเป็นมา

       คติที่มาเกี่ยวกับ วันลอยกระทง มีอยู่หลายตำนาน ดังนี้
๑. การลอยกระทง เพื่อ ขอขมาแก่พระแม่คงคา

๒. การลอยกระทง เพื่อ บูชาเป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ คือบูชา พระนารายณ์ ซึ่ง บรรทมสินธุ์ อยู่ในมหาสมุทร

๓. การลอยกระทง เพื่อ ต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันเสด็จกลับจาก เทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา

๔. การลอยกระทง เพื่อ บูชารอยพระพุทธบาท ของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริม แม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไป แสดงธรรมโปรดนาคพิภพ

๕. การลอยกระทง เพื่อ บูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุ พระเกศาของ พระพุทธเจ้า

๖. การลอยกระทง เพื่อ บูชาท้าวพกาพรหม บนสวรรค์ ชั้นพรหมโลก

๗. การลอยกระทง เพื่อ บูชาพระอุปคุตตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียร บริกรรมคาถา อยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล

ประวัติการลอยกระทงในเมืองไทย

        การลอยกระทง ในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้ง กรุงสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงาน นักขัตฤกษ์ รื่นเริง ของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอก ของพระร่วง ได้คิด ประดิษฐ์ ดัดแปลง เป็นรูป กระทงดอกบัว แทนการลอยโคม การลอยกระทง หรือ ลอยโคม ในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อ การสักการะ รอยพระพุทธบาท ที่ แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็น แม่น้ำสายหนึ่ง อยู่ใน แคว้น ทักขิณาบถ ของ ประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

 

ชุดไทยในประเพณีไทย ชุดไทยลอยกระทง ชุดไทยนางนพมาศ ไทยท็อปแบบตัวอย่างแบบประยุกต์

สง่างามแบบไทย ด้วย ชุดไทยเจ้าสาว

 

( อ้างอิง2 จากหนังสือ ประเพณี พิธีมงคล วันสำคํญของไทย ของ คุณกิติ ธนิกุล )

ความเป็นมา ประเพณีไทย ลอบกระทงของไทย บทความเกี่ยวเนื่อง